คณะวิทย์ฯวิจัย13พุร้อนทำ สปา-โรงแรม ดันชร.‘ล้านนา เวลเนส’
คณะวิทย์ฯวิจัย13พุร้อนทำ สปา-โรงแรม ดันชร.‘ล้านนา เวลเนส’


เมื่อวันที่ : 2017-08-20 14:52:27

คณะวิทย์ฯ วิจัย 13 พุร้อนทำ

สปา-โรงแรม

ดันชร. "ล้านนา เวลเนส"

          คณะวิทย์ฯมร.ชร. ร่วมมือ การท่องเที่ยวฯ เชียงราย วิจัยน้ำพุร้อนและโคลน 13 แห่ง เขตภาคเหนือและลาว อบรมนักธุกิจเชียงราย ช่วยผลักดันให้เป็นเมือง “ล้านนา เวลเนส” ยกระดับน้ำพุร้อนสู่ธุรกิจ สปา โรงแรม และธุรกิจท่องเที่ยวอื่นๆ ผวจ.เชียงราย หนุนเต็มที่ยกตัวอย่างให้เหมือนญี่ปุ่น เพราะของดีมีอยู่มากมาย หวังมีชื่อระดับโลกในอนาคต

          อ.ดร.พิรภานุวัตน์ ชื่นวงค์ คณบดีคณะวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี (มร.ชร.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย จัดอบรมให้ความรู้และข้อมูลแหล่งน้ำพุร้อนและโคลน ในเขต จ.เชียงราย แก่ ตัวแทนผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว และ คัดเลือกตัวแทนนักธุรกิจเข้าร่วมโครงการพัฒนาส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากน้ำพุร้อนและโคลน เพื่อให้สามารถนำไปพัฒนาในการให้บริการเชิงธุรกิจด้านสปาและโรงแรมต่างๆ ในจังหวัดเพื่อให้เชียงราย เป็นเมืองสุขภาพ หรือ “ล้านนา เวลเนส” (Lanna Wellness) ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก จ.เชียงราย ตามโครงการ พัฒนาส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากน้ำพุร้อนและโคลนเพื่อนำไปใช้ในธุรกิจสปาและโรงแรมใน จ.เชียงราย ที่ รร.ลักษวรรณ รีสอร์ท จ.เชียงราย โดยมีการคัดเลือกคณะกรรมการร่วมกันในการเป็น ผู้แทนของผู้ประกอบการ เพื่อเดินทางไปศึกษาดูงานในสถาน ประกอบการจริง

          อ.ดร.พิรภานุวัตน์ กล่าวว่า จากความได้เปรียบด้านทรัพยากรทางธรรมชาติใต้พิภพของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ซึ่งประกอบ ด้วย เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้าน การพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนมาใช้ในด้านการธุรกิจสปา โรงแรม และเพื่อการท่องเที่ยวนั้น ทางทีมนักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ฯ มร.ชร. จำนวน 11 คน ได้ทำการสำรวจแหล่งน้ำพุร้อน จำนวนและโคลน 13 แห่ง แล้ว ที่เชียงราย 10 แห่ง อีก 2 แห่ง ที่น่านและแพร่ และที่ สปป.ลาว 1 แห่ง เพื่อวิเคราะห์คุณสมบัติของแร่ธาตุที่เป็นประโยชนและสามารถนำมาใช้ในการบริการบำบัดรักษาด้าน สุขภาพ และปรับปรุงคุณสมบัติ เพื่อสามารถไปใช้ในธุรกิจสปา และโรงแรมในจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้เพื่อพัฒนาให้กลุ่มภาคเหนือตอนบนเป็นเมือง “ล้านนา สปาซิตี้” ต่อไปอย่างมีอนาคตในธุรกิจการท่องเที่ยวอีกด้วย

          “วัตถุประสงค์หลักของการสำรวจแหล่งน้ำพุร้อน จำวน 13 แห่ง ที่ผ่านมา คือ 1.ศึกษาคุณสมบัติของน้ำแร่ และโคลนจากบ่อน้ำพุร้อนในจังหวัดเชียงรายและกลุ่มภาคเหนือตอนบนเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะอาดมีมาตรฐานการให้บริการ 2.ศึกษาความต้องการในการผลิตภัณฑ์น้ำแร่และโคลนไปในโรงแรมและ ธุรกิจสปา 3.เพื่อรวบรวมข้อมูลในการนำเสนอต่อการพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนใน จ.เชียงราย 4.เพื่อสร้างผู้ประกอบการที่จะนำวัตถุดิบจากแหล่งน้ำพุร้อนมาใช้ในบริการ เช่น ในโรงแรมที่พัก และธุรกิจสปา 5.เพื่อสนับสนุนและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพธุรกิจโรงแรม ที่พักสปา แหล่งน้ำพุร้อนใน จ.เชียงราย และกลุ่ม ภาคเหนือตอนบน เพื่อให้เป็นเมือง “ลานนา สปาซิตี้” และ 6.เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธุรกิจบริการ โรงแรม ที่พัก และสปา ในการประชุมครั้งนี้ได้เชิญผู้นำชุมชน ประชาชน องค์การ ปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบแหล่งน้ำพุร้อน รับทราบข้อมูลแล้วกว่า 100 คน เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่น ในอนาคต” คณบดีคณะวิทย์ฯ มร.ชร. กล่าว

          ด้าน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่เราจะได้น้ำพุร้อน และโคลนจากแหล่งน้ำพุร้อนมาประยุกต์ใช้ในรูปแบบการบริการด้านสปาปัจจุบันมีหลายๆ พื้นที่ให้ความสำคัญของน้ำแร่ โคลนธรรมชาติ เพราะสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพ ประเทศที่สำเร็จในธุรกิจด้านโรมแรม และสปา เช่น ญี่ปุ่น ที่เขาสามารถคิดและพัฒนาจนไปเป็นอาชีพ และบริการด้านสปา จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก บ้านเราก็มีทรัพยากรประเภทนี้อยู่พร้อมแต่ยังขาดการการพัฒนาที่จริงจังต่อไปต้อง ร่วมมือกันหลายๆ ฝ่าย ขอบคุณสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาเชียงรายผู้จัดงาน สมาคมการท่องเที่ยวเชียงราย และนักวิชาการ จาก มร.ชร. ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาครั้งนี้ เพื่อทำให้เชียงราย เข้าสู่อาชีพด้านบริการสปา และการเป็นเมือง “ล้านนา เวลเนส” แบบยั่งยืน วันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและในอนาคตเราจะได้ก้าวไกล หากเราร่วมมือกันเต็มที่ ผวจ.เชียงราย กล่าว


จำนวนครั้งที่เปิดอ่านข่าวนี้  138 ครั้ง
ที่มา : สำนักประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

©2017 by Office of Public Relations and Communication
Tel. 053-776 030 , Fax. 053-776001
e-mail : kanbou@crru.ac.th