อธิการฯ เล็งตั้งโครงการขอทุนพัฒนาหนองบัว เป็นแหล่งเที่ยว ผญบ. แบ่งแล้ว 3 โซน
อธิการฯ เล็งตั้งโครงการขอทุนพัฒนาหนองบัว เป็นแหล่งเที่ยว ผญบ. แบ่งแล้ว 3 โซน


เมื่อวันที่ : 2017-05-02 00:10:38

           อธิการบดีฯ เผยมีแผนจะขอทุนพัฒนาหนองบัว สวนสมเด็จฯ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อน ออกกำลังกายที่สวยงามในอนาคต ส่วนผู้นำหมู่บ้าน ป่าอ้อปลื้มยินดีที่ได้ร่วมทำงานกับ มร.ชร. พัฒนา หนองบัว ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 โซน เพื่อเปิด โอกาสให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม ส่วน กก. ชี้หากทำ วันเดียวไม่เสร็จต้องขยายวันพัฒนาต่อไปโดยใช้ เครื่องจักรแทน
           ผศ.ดร.ศรชัย มุ่งไธสง อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มร.ชร.) เปิดเผยว่า ตามที่ มร.ชร. ได้มีโครงการร่วมมือแบบ บูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ในการที่จะกำจัด จอก – แหน และสวะ ในแอ่งเก็บน้ำหนองบัว สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ เชียงราย ตามที่ได้ประชุมกันไปแล้วนั้น ซึ่งคล้ายกับ “โครงการประชารัฐ” ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน โดยกำหนดให้วันเสาร์ที่ 22 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 8.30 เป็นต้นไปเป็นวันรวมพลังจากทุกภาคส่วนมาช่วย กันทำงานดังกล่าว ที่หน้าหอประชุมใหญ่ของ มร.ชร. ซึ่งได้ มอบหมายแต่ละฝ่ายรับผิดชอบไปแล้ว รวมทั้งหมู่บ้านต่างๆ ใน ตำบลบ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เชื่อว่าทุกอย่างคงจะได้รับความ ร่วมมือด้วยดี ในอนาคตเราจะตั้งโครงการขอทุนเพื่อพัฒนาบริเวณ รอบๆ หนองบัวนี้ให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ แหล่งออกกำลังกาย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญใกล้เมืองของจังหวัดอีกแห่ง โดยจะขอตั้งงบประมาณ รวมทั้งขอความร่วมมือไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วย 
           เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาหนองบัวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและให้ เป็นแหล่งพักผ่อนที่น่าสนใจรวมทั้งการพัฒนาด้านกายภาพต่างๆ นี้ นายสายหยุด ดวงสนิท ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านป่าอ้อ ต.บ้านดู่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของหนองบัวตั้งอยู่และใกล้กับ มร.ชร. กล่าวว่า ตนเคย ตั้งงบประมาณเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำนี้เมื่อปีที่ผ่านมา ตั้ง 40 ล้านบาท แต่ไม่ได้งบประมาณสนับสนุนจากผู้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่ตนก็ต้องพยายามต่อไปอีก โดยจะร่วมมือกับทาง มร.ชร. ด้วยตามที่ ท่านอธิการมีนโยบายที่ดีดังที่กล่าวในที่ประชุมของคณะกรรมการ ในวันประชุม 
           “ปัจจุบันหนองบัวเป็นแอ่งเก็บน้ำมีพื้นที่ จำนวน 380 ไร่ มีหมู่บ้านที่ได้ประโยชน์จากการใช้น้ำเพื่อการเกษตรกรรมจำนวน 10 หมู่บ้าน เห็นท่านอธิการบดีประกาศว่าจะมีโครงการพัฒนา ร่วมกันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง สภาพหนองบัวในปัจจุบัน กำลังตื้นเขินจำเป็นต้องมีการพัฒนาให้ดีขึ้น ขณะนี้ตนได้แบ่งการ บริหารหนองบัวออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ โดยมีการปักเขตแดนชัดเจน ส่วนที่ 1 ข้างวัดป่าอ้อเมืองอินทร์ แบ่งเป็น เขตอภัยทาน ให้ ประชาชนไปปล่อยปลา เลี้ยงอาหารปลาและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ส่วนที่ 2 แบ่งเป็น เขตให้จับสัตว์น้ำ ตกปลา และอื่นๆ แต่ต้อง เสียค่าธรรมเนียม ส่วนที่ 3 เป็นแหล่งจับปลา ตกเบ็ดเสรี สำหรับ ชาวบ้านทั่วไปในบริเวณนี้ที่เคยมีอาชีพหาปลาเลี้ยงชีพมาก่อน โดย ปล่อยให้เป็นธรรมชาติบ้าง ปัจจุบันชาวบ้านเหล่านี้เหลือไม่กี่รายแล้ว ก็ปล่อยให้เป็น ธรรมชาติบ้างเพื่อเป็นสีสันของหนองน้ำสาธารณะ ส่วนการพัฒนาแอ่งเก็บน้ำหนองบัวแห่งนี้ ในอีกไม่กีวันนี้ตนเอง และชาวบ้านจะให้การสนับสนุนเต็มที่” นายสายหยุด กล่าว 
           ด้าน ผศ.ดร.นาวิน พรมใจสา ผอ.กองมาตรฐานวิชาการ และประกันคุณภาพ มร.ชร. กรรมการคนสำคัญในงานกำจัดจอก- แหน และสวะ หนองบัว กล่าวขณะพาคณะตระเวนดูรอบๆ บริเวณ ที่จะพัฒนาหนองบัว ว่า วันที่ 22 เมษายนนี้ เชื่อว่าจะมีผู้มาร่วม กิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยจะใช้เครื่องจักรกลต่างๆ ทำงานเป็น หลักตามริมตลิ่ง แล้วใช้กำลังคนและรถบรรทุกขนไปทิ้ง เพื่อทำ ปุ๋ยหมัก ซึ่งได้กำหนดที่ไว้แล้ว วันแรกใช้กำลังคนร่วมด้วย วันต่อๆ ไปหากยังไม่เสร็จ ก็จะใช้เครื่องจักรเป็นหลักจนกว่าจะเสร็จสิ้นตาม เป้าหมาย 
จากการตระเวนดูสภาพทั่วๆ ไปรอบหนองบัวเมื่อวันก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมาก มี ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัย กลายเป็นชุมชนเล็กๆ มีร้านค้าถาวร หอพักต่างๆ ร้านอาหารทั้งถาวรและชั่วคราวเกิดขึ้นมากมาย โดย เฉพาะด้านหน้าประตู 3 บ้านโป่งพระบาท กับ มร.ชร.


จำนวนครั้งที่เปิดอ่านข่าวนี้  31 ครั้ง
ที่มา : สำนักประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

©2017 by Office of Public Relations and Communication
Tel. 053-776 030 , Fax. 053-776001
e-mail : kanbou@crru.ac.th